20
Jun

เสลดพังพอน สมุนไพรแก้พิษงู

เสลดพังพอน เป็นพืชชนิดหนึ่งที่นิยมปลูกกันบริเวณบ้าน เสลดพังพอนนั้นถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ เสลดพังพอนตัวผู้ และ เสลดพังพอนตัวเมีย นิยมปลูกเป็นไม้ดอก ไม้ประดับ รวมถึงนิยมปลูกไว้ใช้เป็นสมุนไพรแก้พิษงู เสลดพังพอน มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ Barleria lupulina อยู่ในวงศ์สกุลของไม้พุ่ม ลำต้นมีสีน้ำตาลเขียว ตัวเมียจะมีใบสีเขียวอ่อนและดอกสีเหลือง ส่วนตัวผู้จะมีลำต้นสีน้ำตาลมีใบสีเขียวเข้ม และเป็นใบเดี่ยวซึ่งตัวผู้ลำต้นจะมีหนาม ดอกช่อสีส้มเหลือง

ในสมัยก่อนเสลดพังพอนเป็นที่นิยมในการนำมาแก้อาการฟกช้ำ แก้การอาการปวดจากแมลงกัดต่อย โดยการนำมาบดละเอียดและฟอกที่แผลจากการบาดเจ็บ และนำมาคั้นเป็นน้ำเพื่อใช้แก้อาการปวดจากการโดนเงี่ยงปลาแทง รวมถึงใช้ในการแก้พิษงู ทำให้เสลดพังพอนถือว่าเป็นสมุนไพรชั้นดีที่สามารถหาง่ายและปลูกง่ายเหมาะกับการปลูกไว้ที่บ้าน เสลดพังพอนนั้นมีชื่อเรียกอื่นๆอีกเช่น พญายอ, ผักมันไก่, ผักลิ้นเขียด, พญาปล้องดำ, พญาปล้องทอง, ลิ้นมังกร, โพะโซ่จาง เป็นต้น แม้ว่าเสลดพังพอนจะมี 2 ประเภทแต่ก็มีความแตกต่างกันตามสรรพคุณ

เสลดพังพอนตัวเมีย รากช่วยในการขับประจำเดือน, แก้ปวดเมื่อย, ขับปัสสาวะ ใบ ช่วยเรื่องของแผลไฟไหม้ แผลน้ำร้อนลวก และทุกส่วนของต้น ช่วยเรื่องแก้พิษแมลงมีพิษเช่น ตะขาบ แมงป่อง ลดอาการอักเสบจากลมพิษ

เสลดพังพอนตัวผู้ รากช่วยการถอนพิษงู แก้อาการเบื่ออาหาร ใบแก้อาการปวดเมื่อย แก้โรคฝี โรคคางทูม แก้ฟกช้ำ

3
Feb

ต้นข่อย

ต้นข่อย เป็นพืชยืนต้น ชนิดหนึ่ง มีชื่อสากล ว่า Tooth brush tree ชื่อวิทยาศาสตร์ Streblus asper Lour ชื่อเรียกอื่นๆของต้นข่อยอาทิเช่น กักไม้ฝอย, ตองขะแหน่ , ส้มพอ , ซะโยเส่ , สะนาย , สมนาย เป็นต้น ข่อยจัดอยู่ในพืชตระกูลเดียวกันกับขนุนต้นข่อยมีขนาดเล็ก ความสูงไม่เกิน 15 เมตร มีถิ่นกำเนิดแถวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และในประเทศไทย สำหรับการขยายพันธ์ต้นข่อยนิยมใช้การปักชำ และการเพาะเมล็ด ส่วนของลำต้นและกิ่งก้านของต้นข่อย สามารถคดงอ และสามารถดัดได้ มีความเหนียว เปลือกบางผิวขรุขระ ที่ต้นมียาง เป็นสีขาวข้น ลักษณะเหนียว จะซึมออกมาตามเปลือกของต้นและกิ่งก้าน ซึมออกมา ใบของต้นข่อย เป็นใบเดี่ยว จะเรียงสลับตามกิ่งก้านของต้นข่อย ใบมีผิวสากๆ สีเขียว ใบหนา ลักษณะของใบจะรีและปลายแหลม ดอกของต้นข่อยจะออกดอกเป็นช่อ ดอกจะมีสีขาวปนเหลือง ซึ่งดอกจะออกตามปลายกิ่ง และซอกใบ ผลของต้นข่อย ผลมีลักษณะเหมือนไข่ ผลสดมีสีเขียว ผลแก่มีสีเหลือง ภายในผลมีเมล็ด ขนาดเท่าเมล็ดพริกไทย

ข่อย สมุนไพรพื้นบ้าน รู้จักกันดีในสังคมไทย เป็นไม้ดัด ไม้ประดับ กิ่งของต้นข่อยมีสรรพคุณใช้แทนยาสีฟันได้ ยางของข่อยนำมาทำเป็นยาฆ่าแมลงได้ เนื้อไม้ข่อย ก็นิยมนำมาทำกระดาษ สำหรับสังคมไทยมีความเชื่อว่าต้นข่อย เป็นพืชศิริมงคล สามารถช่วยไล่สิ่งชั่วร้ายอัปมงคลออกจากบ้านได้ สรรพคุณของต้นข่อย สมุนไพรชนิดนี้ เป็นอย่างไร มีสรรพคุณในด้านสมุนไพรอย่างไร บ้าง

1 ผลของต้นข่อย มีฤทธิ์ทำให้เมาและร้อน บำรุงธาตุ แก้กระษัย ขับลม

2เมล็ดของข่อย ช่วยให้เจริญอาหาร ฆ่าเชื้อโรคในปาก ขับลม รักษาอาการไอ เจ็บคอ รักาเหงือกแก้ปวดฟัน

3ใบของข่อย เป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือน ขับน้ำนม แก้บิด

4รากของต้นข่อย ช่วยย่อยน้ำนม

5เปลือกต้นข่อย รักษาแผล แก้ท้องร่วง รักษาผิวหนัง  บำรุงธาตุในร่างกาย บำรุงหัวใจ ลดไข้ รักษาพยาธิที่ผิวหนัง

6กิ่งต้นข่อย นำมาใช้แทนแปรงสีฟันช่วยทำให้ฟันแข็งแรง ฟันไม่ผุ ไม่ปวดฟัน

3
Feb

เดือย

เดือย ชื่อสากล Adlay ชื่อวิทยาศาสตร์ Coix lacryma-jobi L  เป็นธัญพืช ที่พบได้ในประเทศเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สรรพคุณทั่วไปถือว่าเป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยบำรุงสมอง ช่วยบำรุงสายตา ช่วยบำรุง เส้นผม ช่วยอาการนอนไม่หลับ ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ช่วยป้องก้นโรคเบาหวาน ช่วยป้องกันมะเร็ง ช่วยบำรุงกระดูก แก้ร้อนใน แก้คลื่นไส้อาเจียน ช่วยบำรุงเลือด สำหรับสตรีหลังคลอด ช่วยบำรุงปอด ช่วยย่อยอาหาร แก้ท้องร่วง แก้ท้องเสีย ช่วยขับปัสสาวะ ช่วยบำรุงมดลูก ช่วยบำรุงไต

ช่วยต้านเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และยีสต์ ช่วยขับพยาธิในเด็กหากพูดถึงธัญพืชที่จัดอยู่ในตระกูลเดียวกับข้าวนั้นลูกเดือยถือได้ว่าเป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่เป็นพืชพื้นเมืองของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกทั้งยังเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดหนึ่งของประเทศไทยอีกด้วย โดยลูกเดือยนั้นมีคุณค่าทางอาหารสูงเป็นพืชที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวมีเส้นใยไฟเบอร์สูงลักษณะของต้นคล้ายกับต้นข้าวโพดลักษณะเม็ดจะออกเป็นสีขาวออกกลมๆรีๆ รสชาติของลูกเดือยนั้นจะออกรสหวานมันเล็กน้อยนั่นเอง โดยลูกเดือยนั้นถือได้ว่าเป็นธัญพืชที่มีคุณค่าทางอาหารสูงอีกทั้งยังมีสรรพคุณทางยาที่มีความน่าสนใจโดยมีการใช้ในการบำรุงรักษาร่างกายกันยาวนานมาตั้งแต่สมัยโบราณนั่นเองในลูกเดือย ให้คุณค่าทางอาหารสูง ซึ่งนักโภชนาการ ศึกษาพบว่าในเดือย มีวิตามินเอ วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินอี แคลเซียม ฟอสฟอรัส มีกรดอะมิโน เช่น กรดกลูตามิก ลูซีน อลานีน โปรลีน วาลีน ฟินิลอลานีน ไอโซลูซีน อาร์จีนีน เป็นต้น และยังมีกรดไขมันไม่อิ่มตัว อย่าง กรดลิโนเลอิก กรดโอเลอิค และกรดไขมันอิ่มตัว เช่น ปาล์มิติก และสเตียริก

3
Feb

ส้มแขก

ส้มแขกเป็นไม้ยืนต้น มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Garcinia  ชื่อวิทยาศาสตร์ Garcinia atroviridis Griffex T.Anderson

มีลักษณะสูงประมาณ14เมตร เปลือกต้นส้มแขกจะออกสีน้ำตาลดำ ใบของส้มแขกเป็นใบเดี่ยวใหญ่เรียบและมัน ใบอ่อนสีน้ำตาล ดอกส้มแขก ด้านในมีสีแดง ส่วนด้านนอกจะมีสีเขียว ผลของส้มแขก จะมีผิวเรียบ สีเขียว เมื่อแก่จะมีสีเหลือกแก่

เป็นพืชตระกูลเดียวกับมังคุด มีชื่อเรียกที่ต่างกันเช่น มะขามแขก ส้มมะวน ส้มมะอ้น ส้มพะงุน ส้มควาย อาแซกะลูโก

ชะมวงช้าง เป็นต้น  ส้มแขกดั่งเดิมเป็นพืชท้องถิ่นอินเดีย และศรีลังกา ในประเทศไทยนิยมปลูกกันในภาคใต้ ด้วยรสชาติเปรี้ยวของส้มแขน จึงนิยมนำมาทำเป็นส่วนประกอบของอาหารในการทำ แกงส้ม แกงเลียง ต้มเนื้อ ต้มปลา เป็นต้น

นักโภชนาการ ได้ศึกษาส้มแขก พบว่ามีสาร HCA(Hydroxycitric Acid) ซึ่งมีคุณสมบัติเด่น คือ ยับยั้งเอนไซม์ในกระบวนการสร้างไขมัน จากคาร์โบไฮเดรต ส้มแขกจึงนิยมนำมาเป็นส่วนประกอบสำหรับอาหารเสริมสำหรับลดน้ำหนัก มีการแปรรูปส้มแขก มากมาย เช่น เม็ด ชา แคปซูล

ส่วนสรรพคุณ ของส้มแขก มีอยู่มากมายเกิดต้น สามารถนำส้มแขกมาใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็น ดอก ผล ราก ใบ

ดอกของส้มแขก มีสรรพคุณ ลดความดันโลหิตช่วย แก้ไอ ขับเสมหะ

ผลของส้มแขก สามารถนำมาช่วยลดความดัน ช่วยรักษาโรคเบาหวาน ช่วยฟอกโลหิต ช่วยเจริญอาหาร ช่วยลดไขมัน

รากของส้มแขก สามารถใช้ เป็นยาแก้กษัย บรรเทาอาการปวดท้องสำหรับสตรีมีครรภ์ เป็นยาระบายอ่อนๆ ขับปัสสาวะ รักษานิ่ว

ใบของส้มแขก สามารถใช้ แก้อาการท้องผูก ขับปัสสาวะ

3
Feb

ดอกอัญชัน

ดอกอัญชันเป็นพืชที่คนไทยรู้จักกันดีเพราะสามารถนำมาทำอาหาร เครื่องสำอาง และยังเป็นยารักษาโรคได้อีกหลายโรค ที่อธิบายมานี้แค่ในส่วนของดอก  อัญชันยังมีส่วนต่างๆที่นำมาใช้ประโยชน์ได้อีกมากมาย อัญชัน  ชื่อสากล Butterfly pea ชื่อวิทยาศาสตร์ (Clitore ternatea Linn) อัญชันเป็นไม้เลื้อย สามารถปลูกตามรั้วบ้าน หรือปลูกเป็นซุ้ม สวยงาม ลำต้นจะมีขนนุ่ม ส่วนใบจะเป็นช่อ คล้ายรูปไข่ อันชันที่พบทั่งไปจะมี 3ชนิดหรือ3สี คือ อัญชันที่มีดอกสีขาวและสีน้ำเงินส่วนอัญชันดอกสีม่วงจะเป็นพันธุ์ผสมระหว่างดอกสีขาวและสีน้ำเงิน  อัญชันสามารถเจริญเติบโตได้ง่ายขึ้นเองตาวธรรมชาติทำให้มีอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศไทยจึงมีชื่อเรียกตามท้องถิ่นต่างๆตามภาษาพูดของแต่ละภาค เช่น  แดงชัน เอื้องชัน เองชัน เป็นต้น

ประโยชน์และสรรพคุณของอัญชัน สามารถ นำมาทำเป็นเครื่องสำอาง และนำมาทำเป็นยา นิยมนำดอก เมล็ด และรากมาใช้ประโยชน์

รากของต้นอัญชัน มีรสขม นำมาใช้เป็นยาขับปัสสาวะ และทำยาระบาย

ดอกอัญชัน นิยมนำมา ทำแชมพูสระผม ดอกอัญชันจะช่วยให้ผมดกดำเงา ผมนุ่มสวย ดอกอัญชันนำมาคั้นเอาน้ำสีของใบในการทำสีผสมอาหาร ในขนมไทยที่เป็นสีๆส่วนมากนำสีมาจากดอกอัญชัน เช่น ขนมบัวลอย ขนมขี้หนู ขนมเรไร ขนมช่อม่วง ขนมน้ำดอกไม้ และนำมาทำเป็นน้ำอัญชังไว้ดื่มแก้ร้อน

เมล็ดของอัญชัน มีสรรพคุณเป็นยาระบาย แก้อาการคลื้นไส้ อาเจียน

การอ่านศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับพืชที่อยู่ภายในบ้านมาใช้เป็นยารักษาสุขภาพด้วยการใช้ธรรมชาติรักษารู้สรรพคุณของพืชไม้ต่างๆนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์

3
Feb

ขี้เหล็กเทศ

ถ้าจะกล่าวขี้เหล็กเทศคนทั่วไปอาจจะไม่ค่อยรู้จักคนส่วนใหญ่จะรู้จักแต่ใบขี้เหล็กที่เอาไปทำเป็นอาหาร แต่ถ้ารู้ถึงสรรพคุณและโทษของขี้เหล็กเทศจะต้องตั้งใจอ่านจนจบแน่ เรามารู้จักขี้เหล็กเทศกันดีกว่า ภาษาอังกฤษ Coffea senna ชื่อวิทยาศาสตร์  Senneoc identalis  มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้  เป็นพืชตระกูลถั่ว สามารถปลูกได้ในประเทศเขตร้อนชื้นโดยขึ้นตามพื้นที่โล่ง รกร้าง ริมคลอง ตามไหล่เขา ใบและยอดอ่อนจะถูกนำมาเป็นส่วนผสมสำหรับทำแกงเลียง แกงเผ็ด เป็นต้น ต่างก็ใช้ขี้เหล็กเทศต้องบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม หากหรับประทานมากเกินไปอาจเป็นพิษต่อกระเพาะอาหาร ต่อตับ ระบบเลือด หัวใจ ปอดและลำไส้ได้ซึ่งพิษของขี้เหล็กเทศอยู่ที่เมล็ด แต่ประโยชน์ของขี้เหล็กเทศ คือ ใช้บำรุงร่างกาย  รักษาแผลในหู เป็นยาเย็น แก้ไข้มาลาเรีย เป็นยาขับปัสสาวะ ฆ่าเชื้อโรค รักษาโรคทางเดินปัสสาวะและนิ่ว รักษาโรคหนองใน รักษาโรคหัวใจ ใช้ลดความดันโลหิต เป็นยาแก้วิงเวียน รักษาอาการตาบวมแดง เป็นยาแก้ตาแดงตาอักเสบ แก้ไอ หอบหืด แก้ร้อนในปาก ยาบำรุงกระเพาะอาหาร แก้ปวดกระเพาะอาหาร ช่วยรักษาระบบการย่อยอาหารไม่ดี แก้ปวดกระเพาะอาหาร ใช้รักษาโรคเบาหวาน แก้ปวดหัว แก้ปวดฟัน ยาลดไข้ เป็นยาถ่าย ยาระบาย เป็นยาถ่ายพยาธิ รักษาโรคผิวหนัง ใช้ทารักษากลากเกลื้อน ผิวหนังพุพอง โรคผิวหนังอักเสบ โรคผิวหนังต่าง ๆ ใช้เป็นยาถอนพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย ขี้เหล็กเทศยังมีชื่อเรียกตามท้องถิ่นที่แต่ต่างกันเช่น  ขี้เหล็กเผือก ผักเห็ด ลับมืนน้อย หมากกระลิงเทศ ขี้เหล็กผี ชุมเห็ดเล็ก พรมดาน ชุมเห็ดเทศ ผักจี๊ด กิมเต่าจี้ ม่อกังน้ำ ว่างเจียงหนาน คางเค็ด ผักเค็ด ผักเคล็ด เลนเค็ด เป็นต้น

 

3
Feb

ชะมวง

ชะมวง  ภาษาอังกฤษ  Cowa ชื่อวิทยาศาสตร์ (Garcinia cowa roxb.ex choisy)  ชะมวงเป็นพืชยืนต้นมีขนาดเล็กถึงขนาดกลาง จะมีทรงเป็นพุ่มความสูงของต้นประมาน 10 เมตร ลำต้นจะเกลี้ยงแต่จะแตกกิ่งก้านใบในส่วนยอดของลำต้นคล้ายๆๆกับกรวยคว่ำ แต่เปลือกของต้นชะมวงจะเป็นสีน้ำตาลออกดำ มีลักษณะผิวขรุขระเป็นสะเก็ด สีด้านในเปลือกไม้จะเป็นสีชมพูออกแดง เมื่อตัดไม้ดูจะมีน้ำยางออกบริเวณเปลือกพอประมาณ ใบชะมวงเป็นใบเลี้ยงเดี่ยวมีขนาดกว้างประมาณ2.5 ซ.ม.ความยาวประมาณ 8 ซ.ม. ใบชะมวงสีจะออกอ่อนหรือแก่ตามอายุใบ  มีรูปใบเป็นวงรี ดอกจะออกตามกิ่งและซอก ดอกมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2 ซ.ม.ลูกและผลของชะมวง จะมีผิวเรียบและมัน เป็นทรงกลม ลูกหรือผลอ่อนจะมีสีเขียวอ่อน เมื่อลูกสุกจะออกสีเหลือง รถชาติจะออกรสเปรี้ยว สามารรับประทานได้อยู่ในตระกูลเดียวกับมังคุด  ทุกส่วนของชะมวง ราสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นผลอ่อนของชะมวง ผลแก่ของชะมวง รากของชะมวงดอกของชะมวง  ใบของชะมวง เนื้อไม้ของชะมวง รักษาโรค ละลายเสหะ บำรุงเลือด ลดน้ำหนัก แก้ไอ แก้ร้อนในกระหายน้ำ ถอนพิษ แก้บิด แก้ธาตุพิการ เป็นยาระบายอ่อนๆ  และนักวิจัยไทยยังพบว่าใบชะมวงมีสารออกฤทธิ์ต้านมะเร็ง  อีกด้วย  สรรพคุณครอบจักรวาล ชะมวงยังมีชื่อเรียกอีกหลายอย่างตามภูมิภาคต่างเช่น มะป่อง ส้มป้อง หมากโมก มวงส้ม กะมวง มวง ส้มมวง กานิ ตระมูง ยอดมวง ส้มม่วง ส้มป่อง ส้มโมง เป็นต้น