30
Sep

ทองหลางน้ำ

ทองหลางน้ำ จัดเป็นพืชอยู่ในวงศ์ LEGUMINOSAE ถิ่นกำเนิดเดิมอยู่ในแถบเอเชียเขตร้อนและอบอุ่น อินเดีย แอฟริกา อเมริกาใต้ และ ออสเตรเลีย ชาวสวนรู้จักคุณสมบัติของไม้ต้นนี้อย่างดี มักปลูกไว้ริมคันสวนยกเป็นร่องเพื่อยึดดินและใช้เป็นปุ๋ย โดยเฉพาะทุกส่วนของ ต้น ดอก ใบหนาโต ก้านหนึ่งมีใบย่อยสามใบ เช่นเดียวกับพืชตระกูลถั่ว ซึ่งเป็นปุ๋ยอย่างดีแก่พืชทั้งหลาย จะอุดมด้วยธาตุอาหารต่างๆที่เป็นประโยชน์แก่ดิน นอกจากนี้ รากของต้นทองหลางยังมีคุณสมบัติพิเศษ สามารถดูดเก็บเอาน้ำในดินเลี้ยงลำต้นได้มากกว่าไม้ทุกชนิด ดังนั้นการปลูกต้นทองหลางไว้หลายๆต้นจะทำให้พื้นดินชุ่มชื้น ต้นไม้ใกล้เคียงอื่นๆพลอยเจริญงอกงาม ต้นทองหลางจึงเหมาะเป็นพืชที่บำรุงดินได้เป็นเลิศสามารถตรึงธาตุไนโตรเจนจากอากาศมาเป็นปุ๋ย และเป็นเครื่องมือฟื้นฟูระบบนิเวศน์ที่ดีอย่างหนึ่ง จึงจัดเป็นพืชที่มีความสำคัญต่อประเทศชาติซึ่งใกล้จะถูกลืม

ประโยชน์ปลูกเป็นไม้ประดับ เป็นไม้มงคลประจำบ้านราก ลำต้น ใบ ดอก เป็นปุ๋ยอย่างดีกับพืช ดูดซับน้ำในดินไว้เลี้ยงลำต้นได้มากกว่าพืชทุกชนิดเป็นพืชพี่เลี้ยง เป็นพืชที่ปลูกขึ้นก่อนพืชประธาน เพื่อมีหน้าที่ช่วยในการบังร่ม บังลม ช่วยสร้างธาตุอาหาร หาอาหาร และรักษาความชื้นให้กับพืชประธาน คือ ต้นทองหลางเป็นพืชที่โตเร็ว สร้างปุ๋ยได้เนื่องจากที่ปมรากมีบักเตรีที่ตรึงไนโตรเจนจากอากาศได้ มีใบจำนวนมาก ใบอ่อนใช้รับประทานเป็นผัก ใบแก่ที่ร่วงหล่นจะผุผังกลายเป็นปุ๋ยอยู่ที่ผิวดิน มีเนื้อไม้เป็นชนิดไม้เนื้ออ่อนผุผังได้ง่าย มีคุณค่าอาหารนึกไม่ถึง คือ ใบทองหลางอุดมด้วยโปรตีนเหมาะที่จะใช้เป็นอาหารสัตว์ เช่น วัว ควาย แพะ แกะ ส่วนใบอ่อนเป็นผักยอดฮิตใช้รับประทานร่วมกับเมี่ยงคำ ร่วมกับส้มตำมะละกอ บ้างเป็นผักจิ้มน้ำพริก เป็นผักสดเคียงเมี่ยง ปลาทู ปลาแหนม เป็นต้น

 

20
Jun

เสลดพังพอน สมุนไพรแก้พิษงู

เสลดพังพอน เป็นพืชชนิดหนึ่งที่นิยมปลูกกันบริเวณบ้าน เสลดพังพอนนั้นถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ เสลดพังพอนตัวผู้ และ เสลดพังพอนตัวเมีย นิยมปลูกเป็นไม้ดอก ไม้ประดับ รวมถึงนิยมปลูกไว้ใช้เป็นสมุนไพรแก้พิษงู เสลดพังพอน มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ Barleria lupulina อยู่ในวงศ์สกุลของไม้พุ่ม ลำต้นมีสีน้ำตาลเขียว ตัวเมียจะมีใบสีเขียวอ่อนและดอกสีเหลือง ส่วนตัวผู้จะมีลำต้นสีน้ำตาลมีใบสีเขียวเข้ม และเป็นใบเดี่ยวซึ่งตัวผู้ลำต้นจะมีหนาม ดอกช่อสีส้มเหลือง

ในสมัยก่อนเสลดพังพอนเป็นที่นิยมในการนำมาแก้อาการฟกช้ำ แก้การอาการปวดจากแมลงกัดต่อย โดยการนำมาบดละเอียดและฟอกที่แผลจากการบาดเจ็บ และนำมาคั้นเป็นน้ำเพื่อใช้แก้อาการปวดจากการโดนเงี่ยงปลาแทง รวมถึงใช้ในการแก้พิษงู ทำให้เสลดพังพอนถือว่าเป็นสมุนไพรชั้นดีที่สามารถหาง่ายและปลูกง่ายเหมาะกับการปลูกไว้ที่บ้าน เสลดพังพอนนั้นมีชื่อเรียกอื่นๆอีกเช่น พญายอ, ผักมันไก่, ผักลิ้นเขียด, พญาปล้องดำ, พญาปล้องทอง, ลิ้นมังกร, โพะโซ่จาง เป็นต้น แม้ว่าเสลดพังพอนจะมี 2 ประเภทแต่ก็มีความแตกต่างกันตามสรรพคุณ

เสลดพังพอนตัวเมีย รากช่วยในการขับประจำเดือน, แก้ปวดเมื่อย, ขับปัสสาวะ ใบ ช่วยเรื่องของแผลไฟไหม้ แผลน้ำร้อนลวก และทุกส่วนของต้น ช่วยเรื่องแก้พิษแมลงมีพิษเช่น ตะขาบ แมงป่อง ลดอาการอักเสบจากลมพิษ

เสลดพังพอนตัวผู้ รากช่วยการถอนพิษงู แก้อาการเบื่ออาหาร ใบแก้อาการปวดเมื่อย แก้โรคฝี โรคคางทูม แก้ฟกช้ำ

12
Apr

ปิบ

ปีบ (Cork Tree, Indian Cork) เป็นพืชสมุนไพรจำพวกต้น ที่มีชื่อเรียกตามท้องถิ่นต่างๆ เช่น ภาคเหนือเรียก กาดสะลอง, กาซะลอง, ก้องกลางดง เป็นต้น โดยเป็นพรรณไม้ที่มีดอกและใบสวย พร้อมกลิ่นที่หอมชื่นใจแล้ว แน่นอนว่า มักนิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับตามบ้านเรือนหรือตามข้างทางเพื่อให้ร่มเงา และ ดอกปีบนั้นยังถือเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดของปราจีนบุรีอีกด้วยนะครับ ที่ให้ความร่มรื่นแก่ผู้คน มีการนำมาเป็นสัญลักษณ์ของการพยาบาลไทย ตลอดจนนำมาทำเป็นเครื่องเรือนที่ไว้สำหรับตกแต่งบ้านเพื่อความงดงาม จะพบมากตามป่าดิบแล้ง หรือป่าเบญจพรรณ โดยเฉพาะทางภาคเหนือ, ภาคตะวันตก และตะวันออกเฉียงเหนือของไทยเรานี่เองครับ

ลักษณะทั่วไปของปีบ

สำหรับต้นปีบนั้นจัดเป็นไม้พื้นเมืองของไทยและพม่า ซึ่งเป็นไม้ยืนต้นที่มีขนาดเล็กถึงกลาง โดยมีความสูงของลำต้นอยู่ที่ประมาณ 5 – 10 เมตร มีลักษณะของลำต้นตั้งตรง สีเทาเข้ม ขยายพันธุ์โดยการปักชำหรือเพาะเมล็ด ส่วนใบของต้นปีบนี้จะเป็นใบประกอบคล้ายขนนกทั้งหมด 3 ชั้น รูปทรงหอกแกมรูปไข่ มีฐานเป็นรูปลิ่ม ขอบหยัก ปลายแหลมเรียว โดยมีดอกออกเป็นช่อๆ แบบกระจุกแยกแขนง มีดอกเป็นสีเขียว มีกลิ่นหอม มักออกดอกช่วงเดือนพฤศจิกายน-พฤษภาคม และผลนั้นจะเป็นผลแห้งๆ แบนยาว ภายในมีเนื้อและเมล็ดมากมาย

ประโยชน์และสรรพคุณของปีบ

ดอกของปิปจะช่วยเรื่องบำรุงโลหิต บำรุงน้ำดีและบำรุงกำลังตลอดจนแก้ลมรวมทั้งแก้ริดสีดวงจมูกให้รสหวานขมหอม รากของปิบจะช่วยแก้วัณโรค แก้ปอดพิการ รวมทั้งบำรุงปอด แก้ไอ และแก้อาการเหนื่อยหอบ ให้รสเฝื่อน นอกจากนี้ต้นปีบนี้ยังจัดเป็นไม้มงคล บ้านไหนที่ได้ปลูกไว้ก็จะช่วยเสริมความเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิต โดยมักนิยมนำมาปลูกกันทางทิศตะวันตกในวันเสาร์ เพราะเชื่อว่าเป็นวันที่ช่วยเสริมความเป็นสิริมงคล

 

12
Apr

บัวหลวง

บัวหลวง (Lotus, Egyptian Lotus, Sacred Lotus) เป็นพืชสมุนไพรจำพวกพืชล้มลุก ที่มีชื่อเรียกตามท้องถิ่นต่างๆ เช่น บัว, บัวอุบล, โกกระณต และอื่นอีกมากมายตามจังหวัดต่างเขาจะเรียกกัน หรือเขมรเรียก โช้ค เป็นต้น บัวหลวงนั้นมีอยู่หลากหลายสายพันธุ์มีชื่อเรียกที่ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับลักษณะและขนาดของดอก ทั้งนี้ โดยนอกจากนิยมนำไปไหว้พระแล้ว ยังนำเม็ดบัวมารับประทานกันด้วยนะครับ โดยเฉพาะคนเฒ่าคนแก่วัยผู้สูงอายุ เม็ดบัวที่เป็นสินค้านำเข้าจากจีนนั้นได้รับความนิยมเนื่องจากมีขนาดของเม็ดบัวที่ใหญ่กว่าของไทยเรานั่นเอง

ลักษณะทั่วไปของบัวหลวง

สำหรับต้นบัวหลวงนั้นจัดเป็นไม้ล้มลุกที่มีอายุยืนหลายปี เติบโตได้ดีในดินเหนียว โดยลำต้นของบัวหลวงนี้สามารถอยู่ได้ทั้งใต้ดินและน้ำ โดยมีเหง้าเป็นท่อนยาวๆ เมื่อนำมาตัดแนวขวางจะเป็นรูกลมๆ หลายรู และมีไหลบัวที่สามารถเจริญเติบโตเป็นต้นใหม่ได้ ซึ่งโดยปกติสามารถขยายพันธุ์ได้ทั้งการใช้เมล็ดและการแยกไหลบัว ส่วนใบนั้นจะออกเป็นใบเดี่ยวขนาดใหญ่ ขอบเรียบเป็นคลื่น เมื่อเป็นใบอ่อนจะลอยอยู่ปริ่มน้ำ แต่เมื่อเป็นใบแก่จะชูขึ้นพ้นน้ำ และดอกนั้นจะออกเป็นดอกเดี่ยวมีทั้งสีชมพูหรือขาว ซึ่งกลีบของดอกบัวหลวงนี้จะมีเยอะเรียงแบบซ้อนชั้นกันอยู่ ส่วนฝักบัวนั้นภายในมีผลอ่อนจำนวนมาก โดยมีผลทรงกลมรีเป็นกลุ่มหลายเมล็ดอยู่บริเวณฝักรูปกรวยภายในดอก และมีดีบัวอยู่ในเม็ดบัว ซึ่งดีบัวนี้จะไม่มีกลิ่นแต่มีรสชาติขมมาก ซึ่งดอกและผลของบัวหลวงนี้จะเจริญเติบโตได้ดีในระหว่างเดือนสิงหาคม-ธันวาคม

ประโยชน์และสรรพคุณของบัวหลวง

ใบอ่อนจะช่วยบำรุงร่างกายให้ชุ่มชื้น ให้รสฝาดเปรี้ยว ใบแก่ ช่วยบำรุงโลหิต แก้ไข้ และแก้ริดสีดวงจมูก ให้รสฝาดเปรี้ยวเมาเล็กน้อย ดอกช่วยบำรุงหัวใจ บำรุงครรภ์ ทำให้คลอดลูกได้ง่าย และแก้ไข้ แก้เสมหะและโลหิต ให้รสฝาดหอม เกสร ช่วยบำรุงครรภรักษา แก้ไข้รากสาด รวมทั้งแก้ไข้จากพิษร้อน และชูกำลังให้แข็งแรง ให้รสฝาดหอม ฝัก ช่วยแก้อาการท้องเสีย ขับรก และแก้พิษจากเห็ดเมา ให้รสฝาดหอม เมล็ด ช่วยแก้อ่อนเพลีย บำรุงกำลัง บำรุงไขข้อ รวมทั้งแก้ร้อนในกระหายน้ำ ช่วยให้กระชุ่มกระชวย ตลอดจนขับเสมหะ แก้ดีพิการ หรือพุพอง และแก้อาเจียน เพิ่มไขมันในร่างกาย ให้รสหวานมัน เปลือกฝัก ช่วยสมานแผลในมดลูก และแก้ท้องเดิน ให้รสฝาดหอม ดีบัวช่วยแก้กระหายน้ำ ขยายหลอดเลือดหัวใจ และแก้น้ำกามเคลื่อนขณะนอนหลับ ให้รสขม เปลือกหุ้มเมล็ด ช่วยคุมธาตุ สมานแผล และแก้ท้องร่วง ให้รสฝาด ก้านดอก ช่วยแก้ริดสีดวงจมูก ให้รสเย็นเมา เหง้า (ราก)  ช่วยบำรุงกำลัง ขับเสมหะ แก้ร้อนในกระหายน้ำ รวมทั้งแก้ดีพิการ หรือพุพอง และแก้อาเจียน ให้รสหวานเย็นมัน

 

 

12
Apr

เห็ดหลินจืด

ถ้านึกถึงเจ้าแห่งสมุนไพรที่เป็นยาอายุวัฒนะของชาวจีนมาอย่างช้านาน แน่นอนว่าเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจากเห็ดหลินจือ (Lingzhi) ถือเป็นสมุนไพรของจีนที่มีใช้เป็นสรรพคุณทางยามานานถึงกว่าสองพันปีเลยทีเดียว ซึ่งถือเป็นสมุนไพรหายากมากที่สุดเลยก็ว่าได้ ที่มีสรรพคุณและคุณค่าในการรักษาโรคต่างๆ ได้สูง มีอยู่หลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งมีการแบ่งออกไปตามสีคุณค่าของเห็ด เป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นมงคลของชาวจีนอีกด้วย ลักษณะทั่วไปของเห็ดหลินจือ สำหรับลักษณะโดยทั่วไปของเห็ดหลินจือนั้นจะมีรูปร่างเหมือนหรือคล้ายกับไตของเรามีสีแดงอมน้ำตาลๆ หรืออาจเป็นสีม่วงแก่ก็มี บริเวณหมวกเห็ดจะมีลายคล้ายๆ วงแหวนมันๆ วาวๆ อยู่ เนื้อแข็งเหมือนกับไม้ ส่วนบริเวณปลายนอกของหมวกเห็ดนี้จะเป็นสีขาว หรืออาจเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ ก็ได้ ซึ่งมีลักษณะบางและม้วนเข้าด้านในหน่อยๆ และตรงบริเวณก้านของดอกเห็ดหลินจือนี้จะเป็นสีน้ำตาลอมแดง คุณค่าทางโภชนาการของเห็ดหลินจือ แน่นอนว่าหลายคนก็ต้องอึ้งในสรรพคุณอย่างแน่นอนช่วยให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานโรคขึ้น ใครที่ได้รับประทานแล้วร่างกายแข็งแรงไม่เจ็บหรือป่วยง่าย ช่วยให้มีผิวพรรณสดใส ไม่หมองคล้ำ บำรุงระบบสายตาให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โรคตาเสื่อมคลายกังวลำดับต้นๆด้วย ช่อาการปวดตามไขข้อต่างๆ ทั่วร่างกายก็สามารถช่วยได้ ไขมันเยอะหลินหลินจือเป็นตัวช่วยในการลดคอเลสเตอรอลและไขมันในเลือดได้ดี คนที่ปวดหัวบ่อยๆ  เห็ดหลินจือก็ยัง ช่วยแก้อาการไมเกรน หรือปวดศีรษะข้างเดียว ช่วยให้ระบบทางเดินอาหารเกิดภาวะสมดุล ไม่ป่วยด้วยโรคกระเพาะ หรือท้องผูก รวมทั้งริดสีดวงทวาร ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง ยับยั้งการก่อตัวของเซลล์มะเร็งหรือเนื้องอกร้ายที่เกิดขึ้นอย่างผิดปกติในร่างกาย ช่วยยืดอายุของผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอดส์ (HIV) ให้มีชีวิตอยู่ได้ยาวนานขึ้น ช่วยป้องกันและรักษาโรคเบาหวาน ช่วยทำให้เลือดในร่างกายสามารถหมุนเวียนได้ดีอย่างสมดุล ช่วยชะลอริ้วรอยแห่งวัย และต้านทานความแก่ชรา ช่วยบำรุงระบบประสาทให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งความจำดีขึ้น ห่างไกลอัลไซเมอร์

12
Apr

ผักหวานป่า

ผักหวานป่า (Melientha Suavis Pierre) เป็นพืชผักสมุนไพรชนิดหนึ่งเป็นที่นิยมในการนำมารับประทานทั้งในแบบผักปกติและรักษาโรคต่างๆ เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่มีใบและยอดสีเขียวอ่อน ประโยชน์ของสมุนไพรชนิดนี้นั้นมีมากมายเหลือเกินอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ โดยมีโปรตีน วิตามิน และใยอาหารที่ช่วยในการขับถ่าย ปัจจุบันจึงนำผักหวานป่ามาปลูกทำให้สามารถหามารับประทานกันได้ง่ายขึ้น เป็นพืชที่มีแหล่งกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเรา โดยพบได้ในทุกที่ทุกภาคในประเทศ นอกจากนี้มีชื่อเรียกหลายชื่อเช่น มะยมป่า นางเย็น นางจุม ผักหวานเขา และผักหวานดง เป็นต้น ประโยชน์ของผักหวานป่า สามารถที่จะนำมาปรุงอาหารให้อร่อยได้หลายหลากชนิดเลยทีเดียว เช่น แกงเลียง แกงจืด แกงส้ม เป็นต้น แน่นอนว่านิยมนำผักหวานมาเป็นแกล้มอาหารรสจัดจำพวก ส้มตำและลาบ หรือจิ้มกับแจ่วและน้ำพริกได้ทุกชนิด อีกด้วย ประโยชน์ของผักหวานป่า คนโบราณนิยมนำมาทำยาสมุนไพรเพื่อรักษาโรคได้หลายชนิด มีโปรตีนที่ดีต่อร่างกายของเรารวมไปถึง วิตามินซีและใยอาหารสูง ที่จะช่วยลดอาการเลือดออกตามไรฟันและช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีอีกด้วย ใครที่เป็นไข้หวัดบ่อยๆช่วยลดอาการไข้ ทำให้ไข้หายเร็วขึ้น ผักหวานชนิดนี้ก็ยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง เช่น เบต้าแคโรทีน วิตามินเอ วิตามินซี และสารประกอบฟีนอลิก ผักหวานป่ายังมีประโยชน์แก้อาการกระสับกระส่าย มีแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูง มีประโยชน์ช่วยบำรุงกระดูกและฟันประโยชน์ของผักหวานป่านั้นมีมากมายก็จริง แต่ก็มีข้อควรระวังในการบริโภค กล่าวคือ ควรบริโภคผักหวานป่าเฉพาะที่ปรุงสุกเท่านั้น เนื่องจากการรับประทานดิบๆอาจจะทำให้เกิดอาการแพ้และเมาได้ ดังนั้นจึงควรทำสุกก่อนทุกครั้งเพื่อที่จะสามารถได้รับประโยชน์ของผักหวานป่าอย่างเต็มที่

3
Feb

ต้นข่อย

ต้นข่อย เป็นพืชยืนต้น ชนิดหนึ่ง มีชื่อสากล ว่า Tooth brush tree ชื่อวิทยาศาสตร์ Streblus asper Lour ชื่อเรียกอื่นๆของต้นข่อยอาทิเช่น กักไม้ฝอย, ตองขะแหน่ , ส้มพอ , ซะโยเส่ , สะนาย , สมนาย เป็นต้น ข่อยจัดอยู่ในพืชตระกูลเดียวกันกับขนุนต้นข่อยมีขนาดเล็ก ความสูงไม่เกิน 15 เมตร มีถิ่นกำเนิดแถวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และในประเทศไทย สำหรับการขยายพันธ์ต้นข่อยนิยมใช้การปักชำ และการเพาะเมล็ด ส่วนของลำต้นและกิ่งก้านของต้นข่อย สามารถคดงอ และสามารถดัดได้ มีความเหนียว เปลือกบางผิวขรุขระ ที่ต้นมียาง เป็นสีขาวข้น ลักษณะเหนียว จะซึมออกมาตามเปลือกของต้นและกิ่งก้าน ซึมออกมา ใบของต้นข่อย เป็นใบเดี่ยว จะเรียงสลับตามกิ่งก้านของต้นข่อย ใบมีผิวสากๆ สีเขียว ใบหนา ลักษณะของใบจะรีและปลายแหลม ดอกของต้นข่อยจะออกดอกเป็นช่อ ดอกจะมีสีขาวปนเหลือง ซึ่งดอกจะออกตามปลายกิ่ง และซอกใบ ผลของต้นข่อย ผลมีลักษณะเหมือนไข่ ผลสดมีสีเขียว ผลแก่มีสีเหลือง ภายในผลมีเมล็ด ขนาดเท่าเมล็ดพริกไทย

ข่อย สมุนไพรพื้นบ้าน รู้จักกันดีในสังคมไทย เป็นไม้ดัด ไม้ประดับ กิ่งของต้นข่อยมีสรรพคุณใช้แทนยาสีฟันได้ ยางของข่อยนำมาทำเป็นยาฆ่าแมลงได้ เนื้อไม้ข่อย ก็นิยมนำมาทำกระดาษ สำหรับสังคมไทยมีความเชื่อว่าต้นข่อย เป็นพืชศิริมงคล สามารถช่วยไล่สิ่งชั่วร้ายอัปมงคลออกจากบ้านได้ สรรพคุณของต้นข่อย สมุนไพรชนิดนี้ เป็นอย่างไร มีสรรพคุณในด้านสมุนไพรอย่างไร บ้าง

1 ผลของต้นข่อย มีฤทธิ์ทำให้เมาและร้อน บำรุงธาตุ แก้กระษัย ขับลม

2เมล็ดของข่อย ช่วยให้เจริญอาหาร ฆ่าเชื้อโรคในปาก ขับลม รักษาอาการไอ เจ็บคอ รักาเหงือกแก้ปวดฟัน

3ใบของข่อย เป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือน ขับน้ำนม แก้บิด

4รากของต้นข่อย ช่วยย่อยน้ำนม

5เปลือกต้นข่อย รักษาแผล แก้ท้องร่วง รักษาผิวหนัง  บำรุงธาตุในร่างกาย บำรุงหัวใจ ลดไข้ รักษาพยาธิที่ผิวหนัง

6กิ่งต้นข่อย นำมาใช้แทนแปรงสีฟันช่วยทำให้ฟันแข็งแรง ฟันไม่ผุ ไม่ปวดฟัน

3
Feb

เดือย

เดือย ชื่อสากล Adlay ชื่อวิทยาศาสตร์ Coix lacryma-jobi L  เป็นธัญพืช ที่พบได้ในประเทศเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สรรพคุณทั่วไปถือว่าเป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยบำรุงสมอง ช่วยบำรุงสายตา ช่วยบำรุง เส้นผม ช่วยอาการนอนไม่หลับ ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ช่วยป้องก้นโรคเบาหวาน ช่วยป้องกันมะเร็ง ช่วยบำรุงกระดูก แก้ร้อนใน แก้คลื่นไส้อาเจียน ช่วยบำรุงเลือด สำหรับสตรีหลังคลอด ช่วยบำรุงปอด ช่วยย่อยอาหาร แก้ท้องร่วง แก้ท้องเสีย ช่วยขับปัสสาวะ ช่วยบำรุงมดลูก ช่วยบำรุงไต

ช่วยต้านเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และยีสต์ ช่วยขับพยาธิในเด็กหากพูดถึงธัญพืชที่จัดอยู่ในตระกูลเดียวกับข้าวนั้นลูกเดือยถือได้ว่าเป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่เป็นพืชพื้นเมืองของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกทั้งยังเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดหนึ่งของประเทศไทยอีกด้วย โดยลูกเดือยนั้นมีคุณค่าทางอาหารสูงเป็นพืชที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวมีเส้นใยไฟเบอร์สูงลักษณะของต้นคล้ายกับต้นข้าวโพดลักษณะเม็ดจะออกเป็นสีขาวออกกลมๆรีๆ รสชาติของลูกเดือยนั้นจะออกรสหวานมันเล็กน้อยนั่นเอง โดยลูกเดือยนั้นถือได้ว่าเป็นธัญพืชที่มีคุณค่าทางอาหารสูงอีกทั้งยังมีสรรพคุณทางยาที่มีความน่าสนใจโดยมีการใช้ในการบำรุงรักษาร่างกายกันยาวนานมาตั้งแต่สมัยโบราณนั่นเองในลูกเดือย ให้คุณค่าทางอาหารสูง ซึ่งนักโภชนาการ ศึกษาพบว่าในเดือย มีวิตามินเอ วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินอี แคลเซียม ฟอสฟอรัส มีกรดอะมิโน เช่น กรดกลูตามิก ลูซีน อลานีน โปรลีน วาลีน ฟินิลอลานีน ไอโซลูซีน อาร์จีนีน เป็นต้น และยังมีกรดไขมันไม่อิ่มตัว อย่าง กรดลิโนเลอิก กรดโอเลอิค และกรดไขมันอิ่มตัว เช่น ปาล์มิติก และสเตียริก

3
Feb

ส้มแขก

ส้มแขกเป็นไม้ยืนต้น มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Garcinia  ชื่อวิทยาศาสตร์ Garcinia atroviridis Griffex T.Anderson

มีลักษณะสูงประมาณ14เมตร เปลือกต้นส้มแขกจะออกสีน้ำตาลดำ ใบของส้มแขกเป็นใบเดี่ยวใหญ่เรียบและมัน ใบอ่อนสีน้ำตาล ดอกส้มแขก ด้านในมีสีแดง ส่วนด้านนอกจะมีสีเขียว ผลของส้มแขก จะมีผิวเรียบ สีเขียว เมื่อแก่จะมีสีเหลือกแก่

เป็นพืชตระกูลเดียวกับมังคุด มีชื่อเรียกที่ต่างกันเช่น มะขามแขก ส้มมะวน ส้มมะอ้น ส้มพะงุน ส้มควาย อาแซกะลูโก

ชะมวงช้าง เป็นต้น  ส้มแขกดั่งเดิมเป็นพืชท้องถิ่นอินเดีย และศรีลังกา ในประเทศไทยนิยมปลูกกันในภาคใต้ ด้วยรสชาติเปรี้ยวของส้มแขน จึงนิยมนำมาทำเป็นส่วนประกอบของอาหารในการทำ แกงส้ม แกงเลียง ต้มเนื้อ ต้มปลา เป็นต้น

นักโภชนาการ ได้ศึกษาส้มแขก พบว่ามีสาร HCA(Hydroxycitric Acid) ซึ่งมีคุณสมบัติเด่น คือ ยับยั้งเอนไซม์ในกระบวนการสร้างไขมัน จากคาร์โบไฮเดรต ส้มแขกจึงนิยมนำมาเป็นส่วนประกอบสำหรับอาหารเสริมสำหรับลดน้ำหนัก มีการแปรรูปส้มแขก มากมาย เช่น เม็ด ชา แคปซูล

ส่วนสรรพคุณ ของส้มแขก มีอยู่มากมายเกิดต้น สามารถนำส้มแขกมาใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็น ดอก ผล ราก ใบ

ดอกของส้มแขก มีสรรพคุณ ลดความดันโลหิตช่วย แก้ไอ ขับเสมหะ

ผลของส้มแขก สามารถนำมาช่วยลดความดัน ช่วยรักษาโรคเบาหวาน ช่วยฟอกโลหิต ช่วยเจริญอาหาร ช่วยลดไขมัน

รากของส้มแขก สามารถใช้ เป็นยาแก้กษัย บรรเทาอาการปวดท้องสำหรับสตรีมีครรภ์ เป็นยาระบายอ่อนๆ ขับปัสสาวะ รักษานิ่ว

ใบของส้มแขก สามารถใช้ แก้อาการท้องผูก ขับปัสสาวะ

3
Feb

ดอกอัญชัน

ดอกอัญชันเป็นพืชที่คนไทยรู้จักกันดีเพราะสามารถนำมาทำอาหาร เครื่องสำอาง และยังเป็นยารักษาโรคได้อีกหลายโรค ที่อธิบายมานี้แค่ในส่วนของดอก  อัญชันยังมีส่วนต่างๆที่นำมาใช้ประโยชน์ได้อีกมากมาย อัญชัน  ชื่อสากล Butterfly pea ชื่อวิทยาศาสตร์ (Clitore ternatea Linn) อัญชันเป็นไม้เลื้อย สามารถปลูกตามรั้วบ้าน หรือปลูกเป็นซุ้ม สวยงาม ลำต้นจะมีขนนุ่ม ส่วนใบจะเป็นช่อ คล้ายรูปไข่ อันชันที่พบทั่งไปจะมี 3ชนิดหรือ3สี คือ อัญชันที่มีดอกสีขาวและสีน้ำเงินส่วนอัญชันดอกสีม่วงจะเป็นพันธุ์ผสมระหว่างดอกสีขาวและสีน้ำเงิน  อัญชันสามารถเจริญเติบโตได้ง่ายขึ้นเองตาวธรรมชาติทำให้มีอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศไทยจึงมีชื่อเรียกตามท้องถิ่นต่างๆตามภาษาพูดของแต่ละภาค เช่น  แดงชัน เอื้องชัน เองชัน เป็นต้น

ประโยชน์และสรรพคุณของอัญชัน สามารถ นำมาทำเป็นเครื่องสำอาง และนำมาทำเป็นยา นิยมนำดอก เมล็ด และรากมาใช้ประโยชน์

รากของต้นอัญชัน มีรสขม นำมาใช้เป็นยาขับปัสสาวะ และทำยาระบาย

ดอกอัญชัน นิยมนำมา ทำแชมพูสระผม ดอกอัญชันจะช่วยให้ผมดกดำเงา ผมนุ่มสวย ดอกอัญชันนำมาคั้นเอาน้ำสีของใบในการทำสีผสมอาหาร ในขนมไทยที่เป็นสีๆส่วนมากนำสีมาจากดอกอัญชัน เช่น ขนมบัวลอย ขนมขี้หนู ขนมเรไร ขนมช่อม่วง ขนมน้ำดอกไม้ และนำมาทำเป็นน้ำอัญชังไว้ดื่มแก้ร้อน

เมล็ดของอัญชัน มีสรรพคุณเป็นยาระบาย แก้อาการคลื้นไส้ อาเจียน

การอ่านศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับพืชที่อยู่ภายในบ้านมาใช้เป็นยารักษาสุขภาพด้วยการใช้ธรรมชาติรักษารู้สรรพคุณของพืชไม้ต่างๆนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์